6 ที่เที่ยวสุดสวยก่อนจะหายสาบสูญ

1. ทุนดราอาร์กติก อลาสก้า

ในอนาคตเราแทบจะมองไม่เห็นความงามของธรรมชาติทุ่งทุนดราเลย ภาวะโลกร้อนค่อยๆ เปลี่ยนรูปลักษณ์เดิม เนื่องจากการละลายของหิมะและน้ำแข็ง ต้นสน พุ่มไม้ และพืชอื่น ๆ ปรากฏในทุนดราซึ่งไม่ใช่ลักษณะของพื้นที่นี้และเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศของมัน

2. อุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ ฟลอริดา

Everglades เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่จะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่า อุทยานนี้รวมอยู่ในรายการมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากการเติบโตของเมืองและอุตสาหกรรม งานเกษตรกรรม และการใช้น้ำ อาณาเขตของอุทยานลดลงครึ่งหนึ่ง . จำนวนจระเข้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แอ่งน้ำนี้ก็ลดลงเช่นกัน ในปี 2544 เกิดภัยแล้งอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นต้นเหตุของปัญหานี้

3. อุทยานแห่งชาติ Tikal กัวเตมาลา

ใน Tikal เป็นซากปรักหักพังของเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอารยธรรมมายาลึกลับ พวกเขาได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นเวลานับพันปี แต่การปล้นสะดมอย่างไร้ความปราณี ไฟป่า และผลกระทบของสภาพอากาศต่ออาคารหินปูนกำลังทำลายสถานที่สำคัญโบราณแห่งนี้

4. แนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟ

พื้นที่ของแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ 344,400 ตร.ม. แนวปะการังยังเป็นระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยกว่า 350 สายพันธุ์ปะการัง มันใหญ่มากจนสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลภาวะ ประมาณ 25% ของปะการังและสัตว์ทะเลอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง

5. ป่าฝนอเมซอน

ป่าอเมซอนมีความโดดเด่นด้วยสัตว์และพืชหลากหลายชนิด นี่คือป่าเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิ่งนี้อำนวยความสะดวกโดยการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งยังคงดำเนินต่อไปจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่หยุด ¼ ของอาณาเขตทั้งหมด จะถูกตัดไม้ทำลายป่าในไม่ช้า

6. เวเนเชี่ยนลากูน

บนเกาะลากูน เวนิสเป็นหนึ่งในเมืองที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก ทุกปีระดับน้ำสูงขึ้นและเมืองค่อยๆจมลงไปในน้ำ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในเวลาน้อยกว่า 70 ปี หลายพื้นที่ของเวนิสจะไม่เป็นที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่โชคดีที่เรายังมีเวลาอีกมากที่จะชื่นชมความงามของมัน

Lifehacker Podcast: หลุมพรางที่ทำให้คุณใช้จ่ายมากขึ้น

จากรุ่นน้องสู่หัวหน้าทีม: วิธีสร้างอาชีพไอที